ผมคุกเข่าลงตรงหน้าร่างเล็ก
ก่อนจะทาบมือลงบนเตียงแล้วกดริมฝีปากลงบนริมฝีปากภุชงค์
ผมกระเถิบตัวแทรกกลางหว่างขาเรียว ลิ้นร้อนถูกสอดเข้าไปในโพรงปากเล็ก
ผมใช้ลิ้นไล่ต้อนลิ้นเล็กไปเรื่อยๆ ยิ่งลิ้นเล็กๆ นั่นหดหนี ก็ยิ่งเหมือนกระตุ้นให้ผมบดเบียดริมฝีปากรุนแรงและเร่าร้อนมากขึ้น
“อื้อ”
ภุชงค์ครางในลำคอ
มือเรียวยกขึ้นประครองใบหน้าผมและดูดดันลิ้นกลับมา
บรรยากาศในห้องเริ่มร้อนรุ่มจนเตียงแทบลุกเป็นไฟ ผมถอนริมฝีปากออก
“ภุชงค์ มาขอให้หยุดผมไม่หยุดให้จริงๆ นะ...แน่ใจแล้วหรอ”
ผมถามเสียงเบา
ร่างเล็กไม่ตอบแต่เขยิบขึ้นกับบนเตียงแทน
เสื้อคลุมที่หลุดลุ่ยราวกับตัดปราการความยับยั้งชั่งใจของผมให้ขาดสะบั้นลง
ผมตามไปคร่อมทับร่างบางกว่า ก่อนจะบดเบียดริมฝีปากลงไปอีกครั้ง
ร่างเล็กตอบรับอย่างเร่าร้อนและรุนแรง
ไม่ว่าเหตุผลที่ภุชงค์อยากเป็นของผมมันคืออะไร
ไม่ว่าเพราะแค่อยากจะสนุก
แค่อยากจะผูกมัด
หรืออยากจะเหนี่ยวรั้งผมไว้ให้อยู่กับเขาไปนานๆ....
ผมก็บอกได้เลย
ว่าภุชงค์ทำสำเร็จอย่างสวยงาม ผมดึงเสื้อคลุมสีขาวที่ปิดบังร่างบางอยู่ออก
เรือนร่างเปลือยเปล่าบอบบางยั่วยวนทำให้ผมใจเต้นแรง ผมไล้ปลายนิ้วไปตามเรือนร่างเล็กเบาๆ
“อะ อื้อ...”
ก่อนจะแนบริมฝีปากร้อนลงที่ลำคอระหงส์
ผมลากเลียขบกัดจนขึ้นเป็นรอยแดงๆ ละริมฝีปากลงทีหัวไหล่กลมกลึง จนถึงไหปลาร้าสวย
แค่พรมจูบเบาๆ
แต่ร่างบางใต้ร่างกลับสั่นสะท้าน
ผมละลงจนถึงแผ่นอกขาวเนียนตัดกับเชอรี่สีสวย
สันชาติญาณทำให้ลามเลียขบเม้มดูดดึงสลับกันเค้นคลึงทั้งสองข้างอย่างหื่นกระหาย
“อ๊ะ อ๊ะ”
เสียงหวานครวญครางทำให้ผมตกอยู่ในภวังค์ยิ่งกว่าเดิม
ผมละลงที่หน้าท้องแบนราบ
ภุชงค์เป็นผู้ชายที่มีหน้าท้องและสะโพกสวยที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลยจริงๆ
แบนราบ
เอวคอด สะโพกผายน่าขยํ้าเป็นที่สุด
“อ๊ะ!”
เสียงเล็กร้องและสะดุ้งพรวดขึ้นมาสุดตัว
เมื่อผมใช้ริมฝีปากกอบกุมส่วนอ่อนไหวของร่างเล็ก
ผมดูดดันและบีบริมฝีปากจนร่างเล็กร้องลั่นด้วยความเสียวซ่าน
“อ๊ะ อ๊า ขุน ขนพล อ๊ะ”
มือเรียวขาวกดลงที่ศีรษะผม
ภุชงค์เขยิบหนีและเหมือนจะดันศีรษะผมออก
“ขะ ขุนพล อ๊ะ อย่า ดะ เดี๋ยว”
ผมขยับริมฝีปากเร่งจังหวะรัวเร็วขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
มือก็เอื้อมไปจับข้อเท้าขาวๆไว้ไม่ให้หนี
“อ๊ะ อ๊า ขุนพล ดะ เดี๋ยว อ๊ะ อ๊า”
ผมใช้มือที่เหลืออีกข้างจับสะโพกขาวไว้แน่น
แรงบีบรัดและลิ้นร้อนที่ลามเลียส่วนยอดทำให้ร่างเล็กทนไม่ไหวและปลดปล่อยออกมา
“อ๊า!”
เสียงหวานครางลั่น
ตามด้วยเสียงหอบถี่ ผมว่าเสียงครางของแจนมันเซ็กซี่มาก
แต่เสียงครางของภุชงค์ก็เบียดแจนตกขอบไปได้เลย
มันไม่ได้แค่เซ็กซี่
แต่เร้าอารมณ์สุดๆ!!!
“ภุชงค์ มาเป็นเมียผมเถอะ”
“ขุนพล ดะ เดี๋ยว เดี๋ยวก่อน ฉันว่า อ๊ะ!” ภุชงค์ทำเหมือนจะปฏิเสธ
ผมจึงคว้าร่างบอบบางเข้ามาใกล้อย่างทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
ผมบดเบียดริมฝีปากลงบนริมฝีปากเล็กอย่างเร่าร้อน
ก่อนจะแยกขาเรียวขาวโพลนออกจากกัน
ช่องทางสีสวยคับแคบปรากฏตรงหน้าผม
เท่านั้นสมองก็เต้นตุบๆ อย่างจะขยํ้าร่างเล็กไม่ให้เหลือซากเดี๋ยวนี้
ผมแนบริมฝีปากลงกับต้นขาอ่อนด้านใน
ก่อนจะลามเลียให้เข้าจนถึงช่องทางอุ่นร้อนคับแคบ
“อ๊ะ!”
ภุชงค์สะดุ้งสุดตัวเมื่อลิ้นผมแหย่เข้าไปในนั้น
“ไม่นะ อ๊ะ อ๊า ดะ เดี๋ยว อ๊า”
ผมไม่สนใจเสียงห้าม
แต่ใช้สองมือจับสะโพกขาวไว้แน่น แหย่ลิ้นท้าทายปากทางเข้าสีสวยที่ตอดรัดขมิบอย่างหื่นกระหาย
“อะ โอ๊ย ขุนพล อ๊า จะขาดใจแล้ว อ๊ะ!” มือเรียวดันไหล่ผมแน่น
ยิ่งรู้ว่าร่างเล็กเสียวซ่านมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งดุดันลิ้นลากเลียจุดกระสันรัวเร็ว
เพื่อให้ช่องทางสีสวยขยับขยาย
“อ๊ะ อ๊า! ดะ ได้...ได้โปรด...หยุด หยุดเถอะ”
ผมใช้มือข้างนึงกอบกุมส่วนอ่อนไหวที่ชูชันไว้
ก่อนจะค่อยๆ ขยับรัวเร็วขณะที่ลิ้นยังลามเลียช่องทางด้านหลังไม่หยุด
ผมผละริมฝีปากออก ก่อนจะเริ่มสอดนิ้วแรกเข้าไปแทน
“อ๊ะ เจ็บ อื้อ”
เสียงเล็กขาดหายเมื่อผมบดเบียดริมฝีปากลงอย่างร้อนร่าง
มือผมลูบไล้ไปทั่วร่างเล็ก และบีบเค้นสะโพกขาวอย่างหมันเขี้ยว
ขณะเดียวกันก็เริ่มสอดนิ้วที่สอง และกดยํ้าที่จุดกระสัน
“อะ อื้อ” ภุชงค์ร้องไม่ออก
เพราะผมยังบดเบียดริมฝีปากบอบชํ้าไม่หยุด ผมผละออกและพรมจูบที่แผ่นอกขาวบาง
ใช้ลิ้นลากเลียยอดอกสีสวยเบาๆ หยอกเย้าจนร่างเล็กเสียวซ่าน
“อ๊ะ อ๊า”
แล้วผมกอดสอดนิ้วที่สาม
ภุชงค์สะดุ้งเฮือก ผมประกบริมฝีปากลงที่ริมฝีปากเล็กอีกครั้ง
จูบที่เร่าร้อนทำให้ร่างเล็กลืมความอึดอัดไปชั่วขณะ ผมถอนนิ้วออก
ก่อนจะดึงกางเกงลงแล้ววางขาเรียวขาวพาดบนบ่า
ก่อนจะแทรกแก่นกายเข้าไปในช่องทางตอดรัดแน่นแสนบริสุทธิ์
“จะ เจ็บ!” ภุชงค์ร้อง ดวงตากลมโตมีนํ้าตาเอ่อขึ้นมา
ร่างเล็กผวากอดผมไว้แน่น ผมหลับตาเพื่อให้ร่างเล็กชินกับความเจ็บ
ขณะที่รู้สึกถึงแรงข่วนที่แผ่นหลัง
“ภุชงค์...”
ผมกระซิบเรียกร่างเล็กเบาๆ
แล้วแลบลิ้นตวัดเลียใบหูขาว
“อ๊ะ อะ...อะไร อะ โอ๊ย! จะ เจ็บ ฮึก...” เสียงเล็กร้องเมื่อผมแทรกแก่นกายจนมิดลำ
มันรู้สึกดีโคตรๆ อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิตนี้
“ผมจะไม่บอกหรอกว่าจะรักภุชงค์ไปตลอดหรือว่าจะรักไปนานแค่ไหน...”
“ฮึก...”
“แต่ถ้าผมยังไม่ตายคนเดียวที่ผมจะรักก็คือภุชงค์นะรู้ไหม....”
“ขะ ขุนพล...”
มือเรียวยกขึ้นมาปิดปากอย่างตกใจ
ใบหน้าหวานแดงกํ่า ผมยิ้มบางๆ และขยับกายเป็นจังหวะเชื่องช้าเนิบนาบ
“อ๊ะ อ๊ะ อึก อ๊ะ”
ช่องทางที่ตอดรัดแน่นทำให้ผมคำรามออกมาเป็นระยะและจับขาเรียวเอาไว้แน่น
ผมกระแทกกระทั้นเร็วและแรงขึ้นตามอารมณ์
ภุชงค์ร้องครางเมื่อแก่นกายผมกระแทกโดนจุดกระสัน
“อ๊ะ อ๊า”
ขาเรียวแยกกว้างขึ้นอีกเพื่อให้เข้าไปได้ลึกกว่านี้
ผมเร่งจังหวะไม่หยุด ราวกับรู้ได้โดยสันชาติญาณว่าตรงไหนจะทำให้ร่างเล็กรู้สึกดี
“อ๊ะ อ๊า”
ผมเอื้อมมือไปกอบกุมส่วนอ่อนไหวของร่างเล็กไว้และขยับรัวเร็ว
มือเรียวทั้งสองข้างจิกข่วนลงที่แผ่นหลังและไหล่ผมจนแสบไปหมด
“มันเจ็บนะรู้ไหมครับ”
ผมกระซิบข้างหูขาวเบาๆ
และกระแทกรัวแรงขึ้นไปอีกราวกับลงโทษร่างเล็กกว่าและผลที่ได้คือ...
แควก!
“โอ๊ย ซี้ดด ภุงชงค์ มันเจ็บนะ” ผมร้องเมื่อร่างเล็กข่วนลงเต็มแรงราวกับระบายความเสียวซ่านที่แผ่นหลังน่าสงสารของผม
“นะ นาย อ๊ะ อ๊า แกล้งฉัน” ดวงตากลมโตฉํ่าเยิ้มราวกับเชิญชวน
ใบหน้าใสแดงกํ่า ที่หางตามีนํ้าตานิดหน่อย ดูแล้วน่ารักเป็นบ้า
“อ๊ะ!”
ภุชงค์ผวารั้งร่างผมไว้สุดตัวอีกครั้งเมื่อผมเร่งจังหวะรัวเร็วรุนแรงและหื่นกระหาย
“อ๊ะ อ๊า”
ร่างเล็กทนไม่ไหวและปลดปล่อยออกมาเต็มฝ่ามือผมขณะที่ผมกระแทกกระทั้นไม่หยุดหย่อนราวๆ
ครึ่งชั่วโมง
“อ๊ะ อ๊า”
เมื่อถึงจุดขีดสุด
ผมสวมแหวนลงที่นิ้วนางข้างซ้ายของร่างเล็กก่อนจะกระซิบข้างใบหูขาว
“ผมรักภุชงค์นะ...”
“อ๊า!”
ผมปลดปล่อยเต็มช่องทางอุ่นร้อนนั่นเช่นกัน
ภุชงค์หายใจหอบ ผมกดจูบลงที่หน้าผากเล็กชื้นเหงื่อเบาๆ
Rrrrrrrrrrrr
เสียงโทรศัพท์ทำให้ผมชะงักและเอื้อมมือไปหยิบมากดรับ
“ฮัลโหล”
สายตาผมยังไม่ละจากร่างบอบบางชื้นเหงื่อโคตรเซ็กซี่นี่
มันน่าขยํ้าอีกหลายๆทีอ่ะผมว่า
(ทำไรอยู่วะไอ้ขุน)
“ทำไมมึงมีอะไรอ่ะ”
“อ๊ะ”
ภุชงค์ร้องเมื่อผมขยับร่างโดยไม่บอกร่างเล็กก่อน
แก่นกายที่กระแทกกระทั้นทำให้ภุชงค์หน้าร้อนวาบ
เพราะร้องครางไม่ได้เนื่องจากกลัวเสียงเล็ดเข้าไปในสาย
ร่างเล็กจึงเอามือขึ้นมาปิดปากตัวเองไว้
ขณะที่ผมยิ้มมุมปากและกระแทกกระทั้นไม่ยอมหยุด
สะโพกขาวบิดเร่าอย่างทรมาน
(กูกำลังจะ จุด จุด จุด กับพะเพื่อน มึงว่ากูควรจะใช้ถุงยางไหมวะ)
“ไอ้เหี้ย ถามเหี้ยไรเนี่ย...อึก” ผมเองก็ต้องกัดฟันกรอดเหมือนกันเพราะช่องทางที่ตอดรัดทำเอาผมเกือบหลุดคำรามออกไป
(บอกหน่อยๆ)
“แล้วเขาชอบแบบไหน รักเขาก็เล่นสด...อึก ไปสิ”
“อื้อ อื้ออออ” ภุชงค์กดมือบางลงกับริมฝีปากตัวเองแน่นเพื่อไม่ให้เสียงเล็ดรอด
(เออ ไอเดียใช้ได้ว่ะ อย่าบอกใครนะว่ากูถามเรื่องนี้กับมึงอ่ะ...
กูอายแล้วก็ไม่อยากให้เพื่อนเสียหาย เข้าใจป่าว!)
“มึงคิดว่า...ซี๊ด...กูเป็นคนอย่างนั้น...อึก หรอวะ”
เวร
ผมหลุดออกไปจนได้
ผมอมยิ้มนิดๆ
เมื่อเห็นสีหน้าทรมานของภุชงค์ ดวงตากลมโตคู่สวยเว้าวอนผมน่าดูเลย เห็นแล้วสงสารแฮะ...แต่ขอแกล้งอีกสักที
ผมรวบข้อมือเรียวไว้เหนือหัวด้วยมือเดียวก่อนจะหยุดการกระทำไว้ซะเฉยๆ
และคุยกับไอ้เตต่อโดยไม่ถอนแก่นกายออก และผมก็รู้ว่าภุชงค์ยังไม่ถึงจุดขีดสุด
ร่างเล็กทำหน้าจะร้องไห้
(ทำไมเสียงเป็นอย่างนั้นวะ...นะ นี่ อย่าบอกนะว่ามึง!)
สิ้นเสียงไอ้เตผมก็กระแทกแก่นกายเข้าไปแรงๆทีนึง
“อ๊ะ!!” ภุชงค์หลุดเสียงจนเล็ดรอดเข้าไปในโทรศัพท์ให้ไอ้เตได้ยิน
(ไอ้ขุน นี่มึง)
“แค่นี้นะ!”
ตุบ
แล้วผมก็กดตัดสาย
ดวงตากลมโตของภุชงค์มีนํ้าตาคลอ
“ทำไมต้องแกล้งฉันด้วย อ๊ะ” ร่างเล็กร้องอีกครั้งเมื่อผมขยับกายรัวเร็วอีกรอบ
ก่อนจะโน้มลงกระซิบข้างใบหูขาว
ก็ผมโคตรรักภุชงค์เลยไง
[PUCHONG PART]
อื้อ
ผมครางเสียงแหบแห้งในลำคอ
รู้สึกเจ็บคออย่างบอกไม่ถูก ตัวก็เหมือนจะรุมๆด้วย
“แชะ!”
เสียงเหมือนเสียงชัตเตอร์ของกล้อง
ดังอยู่ไม่ไกลนักเหมือนมันอยู่ใกล้ๆนี้เอง ผมรู้มันรบกวนการนอนของผมอย่างมาก
ผมพยายามขยับตัวหนีเสียงจุกจิกที่รบกวนการนอน แต่ก็เหมือนร่างโดนตรึงไว้
ทันทีที่ขยับตัว ความเจ็บปวดที่ไม่รู้ว่ามาจากตรงไหนก็จู่โจมอย่างหนักหน่วง
“อะ โอ๊ย.....”
“แชะ!”
เสียงเดิมๆ
ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นแสงสว่างที่สาดมาทางหน้าต่างทำให้อดจะยกมือขยี้ตาไม่ได้
แล้วผมก็เพ่งมองไปข้างหน้า
O_O
นี่ไงสาเหตุที่ขยับตัวไม่ได้
ขุนพลกำลังนอนทาบทับบนร่างผมอยู่
ร่างสูงแทรกกายระหว่างขาผมที่กำลังชันเข่าขึ้น
แขนหนาข้างนึงวางข้อศอกลงกับเตียงและใช้มือเท้าคางนอนมองผมใบหน้าคมเข้มระบายยิ้มอ่อนโยนบางๆ
ส่วนมือหนาอีกข้างก็กำลังถือไอโฟนถ่ายรูปผมอยู่น่ะสิ
ผมยังคงงัวเงียและตั้งรับไม่ทัน
ขุนพลไม่ได้ใส่เสื้อร่างสูงเปลือยท่อนบนและสวมแต่กางเกงสามส่วนตัวเมื่อวาน
ส่วนผม....
ผมไม่ได้สวมอะไรเลย
นอกจากเสื้อเชิ้ตสีเขียวอ่อนๆ ที่ไม่ติดกระดุมสักเม็ดเดียวและเปิดกว้างจนเห็นทุกสิ่งอย่างบนร่างกายผมชัดเจน
-//////-
ผมจะลุกขึ้นก็ลุกไม่ได้
ร่างขุนพลหนักเกินไป แถมผมยังเจ็บตัวอยู่ด้วย ร่างสูงวางโทรศัพท์ไว้ข้างตัวแล้ว
แต่ยังนอนเท้าคางมองหน้าผมเหมือนเดิม
“อรุณสวัสดิ์ภุชงค์ ^^”
“ตื่นนานแล้วหรอ” ผมถามเสียงเบา
อยากจะรู้นักว่าผู้ชายคนนี้ไปเอาเรี่ยวแรงมากมายมหาศาลขนาดนั้นมาจากไหน
เขาเริ่มกอดผมตอนประมาณสองทุ่มกว่าๆ หลายๆ ครั้ง!
จากนั้นก็นอนอยู่สักพักหนึ่งแล้วก็เริ่มใหม่ เป็นแบบนั้นทั้งคืนจนถึงตอนตีสอง!
และนี่...
เพิ่งจะเจ็ดโมงเช้าเขาลุกมานอนถ่ายรูปผมเล่นจนผมตื่น!
เป็นวัยรุ่นนี่มันเลือดร้อนจริงๆ
“นายตัวหนักมากขุนพล”
“ภุชงค์น่าขยํ้ามากเลยรู้ตัวไหม”
“อะ ไอ้บ้า!”
คำพูดเขาทำเอาผมตาสว่าง
เมื่อวานก็แกล้งผมไปทีตอนคุยโทรศัพท์กับเพื่อน! เช้ามายังจะมาแกล้งผมอีกหรอ...
แค่คิดผมก็หน้าร้อนวาบไปหมด
“แดดไม่แรงมาก ลงไปเล่นนํ้ากันภุชงค์”
“ขุนพล ฉันเหนื่อย ฉันอยากนอน” ผมว่าด้วยเสียงเนือยๆ
ไม่อยากบอกความจริงว่าเจ็บสะโพกจนอยากจะพิการเลยจริงๆ TOT
“นะๆๆๆ นะครับๆๆ ไปเล่นนํ้ากันๆๆ”
“ขุนพล ให้ฉันนอนแป็บนึงแล้วจะพาลงไปเล่นนะโอเค?”
ผมทำตาปรือและจะจมเข้าสู่ห่วงนิทราอีกรอบ
แต่แรงเขย่าๆ
ที่ต้นแขนก็มาอีก
“ภุชงค์ ไปเล่นนํ้ากับผมเหอะ เรามาทะเลกันนะ”
“เป็นเด็กดีให้ฉันสักนาทีเถอะนะขุนพล จุ๊บ!” ผมพูดแล้วผงกหัวขึ้นจูบที่ริมฝีปากร่างสูงกว่าเบาๆ
หนึ่งที แล้วทำท่าจะนอนต่อ ผมไม่ไหวจริงๆ
“อื้อ...อ๊ะ! ขุนพล!”
แล้วผมก็ต้องตาสว่างเมื่อริมฝีปากสีซีดๆ
พรหมจูบลงที่หน้าท้องผมและตํ่าลงจนเกือบถึงส่วนอ่อนไหว และกอบกุมมันไว้ในที่สุด!!
ผมพยายามดันไหล่หนาออกแต่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะต่อต้าน
รู้ตัวอีกที
ร่างสูงก็กระเถิบขึ้นมาให้ถนัดมากกว่าเดิม
ขาผมถูกแยกออกกว้างตั้งแต่แรกอยู่แล้วดังนั้นขุนพลก็แค่แทรกจุดแข็งแกร่งเข้ามาในร่างกายผมอย่างรวดเร็วและรุนแรง
แค่ครั้งแรกผมถึงกับสะท้านไปทั่วร่าง และล้มศีรษะลงกับหมอนอย่างหมดเรี่ยวแรง
เสียงแหบแห้งของผมครวญครางอีกครั้ง
ก่อนที่สติผมจะดับวูบตอนราวๆสิบโมงเช้า...
[PUCHOPNG
PART END]
อ่านต่อ + เม้นท์ >> http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1172636&chapter=12